การมองว่าศาสนาใช้สงครามในการเผยแพร่น่าจะมาจากหลักคิดที่ว่า
ศาสนานั้นได้เข้าถึงชนชั้นนำก่อน จากนั้นจึงใช้อำนาจในการบังคับหรือไล่ฆ่าผู้ซึ่งไม่ยอมเปลี่ยนศาสนาตาม
เพราะหากศาสนาที่ใช้คมดาบนั้นเกิดจากการรวมกลุ่มกันของผู้ศรัทธาเล็กๆ
ต้องถูกอำนาจรัฐซึ่งนับถือศาสนากระแสหลักกวาดล้างเป็นแน่ ปัญหาหลักของการเชื่อว่าศาสนาเติบโตจากชนชั้นนำแล้วไหลไปสู่ชาวบ้าน
ได้มองข้ามการเติบโตของศาสนาผ่านวิถีชีวิตและปฏิสัมพันธ์ของชาวบ้านกับผู้มาเยือนด้วยกันเอง
Showing posts with label การเผยแผ่ศาสนา. Show all posts
Showing posts with label การเผยแผ่ศาสนา. Show all posts
Saturday, May 18, 2019
Tuesday, December 18, 2018
เงินซื้อสวรรค์และนิพพานได้จริง
ศาสนาดำเนินมาได้เพราะใช้เงินเป็นตัวขับเคลื่อน
และไม่เคยมีปรากฎว่าศาสนิกกลุ่มใดปฏิเสธการรับเงินบริจาค แม้จะไม่รับในนามปัจเจก
แต่ก็รับในนามองค์กร ไม่ขอเงินบริจาค แต่ขายหนังสือธรรมะ ยิ่งกว่านั้น คนรวยมีโอกาสในการทำบุญมากกว่าคนจน
เงินสามารถชื้อภาพลักษณ์ความเป็นคนดีได้ เงินยังเอื้อให้คนเข้าถึงความรู้ทางศาสนาที่ดีและเปิดโอกาสในการปฏิบัติธรรมได้มากกว่าคนจนที่ต้องคลุกกับการงานที่เหน็ดเหนื่อยทั้งวัน
Thursday, December 13, 2018
ทำไมผมจึงไม่เชื่อศาสนา
ศาสนาเสนอวิธีใช้ชีวิตและตอบคำถามบางอย่างซึ่งพิสูจน์ด้วยตาเปล่าไม่ได้ เช่น โลกหน้า พระเจ้าฯลฯ ถ้านิยามให้ง่าย คนที่เชื่อศาสนา คือคนที่เชื่อว่าชีวิตไม่ได้สิ้นสุดแค่ตาย ดังนั้น เพื่อจะรับรองความปลอดภัยในโลกหน้า จึงต้องทำตามเงื่อนไขบางอย่างที่ศาสนาเสนอ แล้วเขาก็จะรอดจากความทุกข์ (นี่หมายถึงศาสนาใหญ่เช่น พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์ ไม่ใช่ศาสนาเล็กๆ เช่น เต๋าและขงจื้อ)
Monday, November 19, 2018
ใครคือเจ้าของศาสนา?
ศาสนาเกิดจากประสบการณ์ส่วนตัวของศาสดา
พระพุทธเจ้าเข้าถึงสัจธรรมขณะที่นั่งสมาธิคนเดียว ตลอดจนศาสดาท่านอื่น ๆ เช่น
นบีมูฮัมหมัดก็กลายเป็นศาสดาเพราะพระเจ้าใช้ท่านให้เป็นผู้ประกาศศาสนาอิสลาม
การเลื่อนขั้นเป็นศาสดาเกิดขึ้นในพื้นที่ส่วนตัว (private
sphere) และศาสดาเหล่านั้นก็อ้างประสบการณ์ส่วนตัว (personal
experience) แต่เมื่อออกมาสั่งสอน ท่านกลับประกาศว่า
คำสอนของท่านมีความเป็นสากลเพื่อมนุษย์ทุกคน แม้สิ่งนี้จะดูย้อนแย้งกัน
แต่อย่างน้อยก็สื่อว่าไม่ควรมีใครอ้างความเป็นเจ้าของศาสนา เพราะศาสนาเป็นสมบัติกลางที่ศาสดามอบไว้ให้ทุกคน
Monday, August 27, 2018
ทุกศาสนาล้วนเผยแผ่ด้วยการโจมตีศาสนาอื่น
มักเชื่อกันว่า
การเผยแผ่ศาสนาจะต้องไม่เหยียดหยามหรือกระทบต่อความเชื่ออื่น กรณีของ “บังโต” ซึ่งวิเคราะห์เรื่องรูปเคารพและพระพุทธเจ้าได้ถูกมองว่าเป็นพฤติกรรมไม่สมควร แต่ในทางกลับกัน
ชาวพุทธจำนวนมากก็เคยวิจารณ์เรื่อง “พระเจ้าไม่มีจริง” หรือกล่าวหาพวกหมอผี คนทรง
ว่างมงายหลอกลวง พฤติกรรมนี้ย่อมไม่ต่างกัน ผมเสนอว่า
การวิเคราะห์หรืออ้างว่าศาสนาตนดีกว่าศาสนาอื่นเป็นเรื่องธรรมชาติ
เพราะการขายสินค้าตัวใหม่ย่อมต้องบรรยายสรรพคุณว่าดีกว่าสินค้าเดิมที่เขาใช้อยู่อย่างไร
สันติภาพควรเกิดจากการที่ผู้เห็นต่างถกเถียงกันโดยไม่ทำร้ายร่างกายกัน
มิใช่เกิดเพราะถูกบังคับมิให้พูดในสิ่งที่ตนเชื่อ
Subscribe to:
Posts (Atom)




